Startup Check Fit ส่วนหนึ่งจากคลาส ‘Startup Fit’ จาก alpha+ sandbox ในงาน Learn Lab Power 2025 โดย พี่ภูมิ-ภูมิศาสตร์ รุจีรไพบูลย์ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568

.
1. Founder Fit – ผู้ก่อตั้ง ‘ฟิต’ พอแล้วหรือยัง
มาลองเช็กความฟิตข้อแรก กับ Founder หรือผู้ก่อตั้งธุรกิจของเราก่อนเลยว่า ทีมของเรามีความหลากหลายที่มากพอแล้วหรือยัง ทั้งในแง่ของบุคลิกและทักษะที่เชี่ยวชาญ เรามีสมาชิกที่มีบุคลิกและทักษะครบตอบโจทย์ในทุกตำแหน่งแล้วหรือไม่ หรือทีมยังขาดสมาชิกที่มีบุคลิกหรือทักษะด้านไหนหรือไม่ ในการที่จะขับเคลื่อนสตาร์ตอัปต่อไปข้างหน้าได้
.
2. Big Market ‘ตลาด’ ของเรา ‘ใหญ่’ พอหรือยัง
ถัดมาคือ เรื่องตลาดของสตาร์ตอัปของเราว่า ‘ใหญ่’ มากพอหรือยัง ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ ‘ตลาด’ ที่กำลังจะมา มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต เช่น ตลาดธุรกิจเรื่องสุขภาพ และ ‘ตลาด’ ที่เติบโตอยู่แล้ว แต่ยังเหลือพื้นที่ให้เราสามารถเข้าไปแข่งขันได้อยู่ เช่น ตลาดธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งถ้าหาก ‘ตลาด’ ใหญ่มากพอ มี demand รองรับ ก็แปลว่าสตาร์ตอัปของเราจะมีฐานของผู้ซื้อแน่ๆ
.
3. Acute Problem ปัญหา ‘รุนแรง’ พอหรือยัง
ต่อไปคือการเช็กว่า ปัญหาที่สตาร์ตอัปเราทำเพื่อตอบโจทย์นั้น แรง ชัด โดน มากเพียงพอหรือยัง ‘แรง’ คือปัญหานั้นรุนแรงและใหญ่โต สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง ‘ชัด’ คือ เห็นภาพอย่างชัดเจนถึงการมีอยู่ของปัญหานั้น และ ‘โดน’ คือคนส่วนใหญ่ต่างก็กำลังประสบปัญหานี้อยู่เช่นกัน เพราะหากสตาร์ตอัปของเราสามารถตอบโจทย์ปัญหาที่ แรง ชัด โดน ได้ ก็แปลว่า สตาร์ตอัปของเราจะมี demand อย่างแน่นอน
.
4. Proxies มี ‘ต้นแบบ’ มาก่อนหรือไม่
อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้สตาร์ตอัปของเราสำเร็จได้คือการหาว่า ในต่างประเทศมีสตาร์ตอัปหรือธุรกิจที่มีโมเดลธุรกิจคล้ายหรือเหมือนกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่หรือไม่ และธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวยังไง เพราะหากธุรกิจเหล่านั้นประสบความสำเร็จ เราก็สามารถถอดโมเดลเพื่อมาปรับใช้กับโมเดลของเราและทำให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศเราได้ เช่นเดียวกันหากธุรกิจเหล่านั้นล้มเหลวก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า โมเดลที่เรากำลังทำอยู่อาจไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ได้หรือเปล่า เช่นกัน
.
5. Scalability ‘ขยาย’ ให้เติบโตได้แค่ไหน
สิ่งที่เป็นจุดตัดระหว่างธุรกิจทั่วไปกับสตาร์ตอัป ก็คือการ ‘scale’ หรือการเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นหากเราตั้งเป้าที่จะเป็นสตาร์ตอัป การ ‘scale’ ได้หรือไม่นั้นจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องเช็ค ซึ่งการที่สตาร์ตอัปของเราจะเติบโตแบบก้าวกระโดดได้นั้น ต้องตั้งต้นจากการมี ‘โมเดล’ ที่พร้อมเติบโต ทั้งมีตลาดรองรับและตอบโจทย์ปัญหาได้อย่างแท้จริง และจะต้องมีฐานทรัพยากรที่รองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ด้วย
.
6. Have Competitors มี ‘คู่แข่ง’ ในตลาดแค่ไหน
เช็กสตาร์ตอัปของเราแล้ว ต่อไปก็อย่าลืมเช็ก ‘คู่แข่ง’ ในตลาดด้วย การมีคู่แข่งในตลาดเยอะช่วยแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่เราทำนั้นมีฐานลูกค้าที่พร้อมจะซื้ออยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็แปลว่า เราจะต้องแบ่งฐานลูกค้าเหล่านั้นกับเจ้าอื่นๆ เช่นกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเช็กและศึกษาคู่แข่งแล้วสิ่งที่เราควรทำคือการหา ‘Unfair Advantage’ หรือจุดเด่นที่จะทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่งจนสามารถดึงลูกค้าส่วนใหญ่ให้มาอยู่กับเราได้นั่นเอง
.
7. Want This Personally ส่วนตัวแล้ว ‘อยากได้’ ไหม
แนวคิดในการตั้งต้นสตาร์ตอัปที่ดีอย่างหนึ่งคือการตั้งต้นทำด้วยสิ่งที่เราอยากให้มีหรืออยากให้เกิดขึ้นในสังคม เพราะเมื่อเราทำเพื่อตอบโจทย์ตัวเอง เราก็จะเปรียบเสมือนเป็น ‘ลูกค้าคนแรก’ ที่เข้าใจถึงปัญหานั้นอย่างแท้จริง และสามารถเช็กได้ว่า สตาร์ตอัปที่เรากำลังทำนั้นตอบโจทย์ได้จริงๆ หรือไม่ ที่สำคัญคือ ความต้องการให้เกิดขึ้นจริงนี้จะสร้าง ‘Passion’ และ ‘Resilience’ ให้เราพร้อมล้มแล้วลุก และฝ่าฟันทุกอุปสรรคเพื่อทำให้สำเร็จได้อีกด้วย
.
#LearnLabPower #UpskillReskill #Startup #CheckFit