จุดกำเนิด ทำไม อะไร ๆ ก็ ‘สัตว์สายลับ’!

จุดกำเนิด ทำไม อะไร ๆ ก็ ‘สัตว์สายลับ’!

Spy in the Wild เจ้าแรกประยุกต์ใช้ Robotic ถ่ายทำสารคดีสัตว์โลก
.
นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “สัตว์สายลับ” ไวรัลสุดฮิตที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสารคดีที่พาทุกคนไปรู้จักธรรมชาติในมุมมองใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม ผ่านมุมมองของหุ่นยนต์สัตว์ต่างๆ เช่น ลิง ฮิปโป เต่า นก ปลาตีน และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความตั้งใจในการสำรวจธรรมชาติของมนุษย์ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
.
#alphaplussandbox โดย #AGENDA ถอดชิ้นส่วนสัตว์สายลับ พาย้อนไปดูจุดเริ่มต้นและการเดินทางสำรวจธรรมชาติของโปรเจคนี้กัน!

– เมื่อ ‘มนุษย์’ อยากเข้าใจธรรมชาติ
.
ข้อจำกัดเยอะ
การถ่ายทำสารคดีสำรวจธรรมชาติ เป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะทีมงานถ่ายทำต้องเผชิญกับปัญหาหลากหลายด้าน ทั้งจากธรรมชาติ สัตว์ป่า และความพร้อมของอุปกรณ์ถ่ายทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป้าหมายคือการบันทึกภาพพฤติกรรมของสัตว์ในสภาพแวดล้อมจริงอย่างสมจริงที่สุด
.
ในขณะเดียวกันการบันทึกพฤติกรรมของสัตว์ผ่านมนุษย์นั้นก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่อีกมาก อาทิ การเข้าไม่ถึงในบางพื้นที่ อย่างพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้ยาก หรือพื้นที่ที่มีความอันตรายมากจนเกินไป หรือการไม่เห็นวิถีชีวิตของสัตว์อย่างแท้จริงเพราะเป็นการส่องจากพื้นที่ห่างไกลไม่ได้เข้าไปใกล้ชิดกับสัตว์ ในขณะที่หากเข้าไปใกล้ชิดได้ก็ไม่สามารถทำให้สัตว์เปิดใจแสดงพฤติกรรมตัวเองออกมาได้เหมือนอย่างธรรมชาติ
.
กลายเป็นรบกวน
การเข้าไปในพื้นที่ของสัตว์ป่าของมนุษย์ อาจทำให้สัตว์ป่าเกิดความเครียดสะสม เนื่องจากถูกรุกล้ำพื้นที่อยู่อาศัยและรบกวนระบบนิเวศในธรรมชาติ ทำให้สัตว์ป่าไม่สามารถออกล่าหรือหาอาหารกินได้อย่างอิสระ โดยมีงานวิจัยพบว่า เมื่อสัตว์ป่าเห็นมนุษย์จะทำให้เกิดความเครียดขึ้น และทำให้อัตราการเต้นหัวใจของสัตว์เพิ่มสูงขึ้น และค่อนข้างใช้เวลานานกว่าจะกลับมาเต้นในอัตราเท่าเดิม
.
– กว่าจะมาเป็น ‘สายลับ’
.
เอา ‘Robotic’ เข้าช่วย
จอห์น ดาวเนอร์ (John Downer) โปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำสารคดีสำรวจสัตว์และธรรมชาติ และเป็นเจ้าของบริษัท John Downer Productions ได้ริเริ่มไอเดียในการสำรวจธรรมขาติ ด้วยการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ Animatronics ในการออกแบบหุ่นยนต์สัตว์เสมือนจริงขึ้น
.
ด้วยการใช้เวลามากกว่า 3 เดือน ออกแบบและจำลองหุ่นยนต์สัตว์ต่างๆ มากกว่า 30 ตัว เช่น ลิงอุรังอุตัง ฮิปโป เพนกวิน เต่า ปลาตีน ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งการ กะพริบตา อ้าปาก ขยับแขนขา กระพือปีก โบกครีบ ทั้งบนดิน ในน้ำ หรือบนท้องฟ้า
.
เหมือนจนแยกไม่ออก
หุ่นยนต์สัตว์เหล่านี้ได้รับการติดตั้งกล้องความละเอียดสูงไว้ที่บริเวณดวงตาและในปาก รวมทั้งติดตั้งลำโพงเพื่อให้สามารถส่งเสียงร้องได้เหมือนสัตว์จริง และยังออกแบบท่าทางการเคลื่อนไหวให้สมจริง และเหมาะสมกับการแฝงตัวเข้าไปในฝูงด้วย เพื่อให้สัตว์สายลับสามารถแฝงตัวเข้าไปเก็บข้อมูลในฝูงได้อย่างแนบเนียนนั่นเอง อย่างเช่น สายลับกอริลล่าที่ถูกออกแบบให้สามารถเคลื่อนไหวดวงตาได้ค่อนข้างเยอะ เพราะมีผลการศึกษาว่า ฝูงกอริลล่ามักสื่อสารกันผ่านการมองดวงตา

– ยกทัพ 50 สายลับ เข้าถึงธรรมชาติ
.
สัตว์เครียดน้อยลง
โดยมีผลงานวิจัยที่ทำการทดลองกับกลุ่มเพนกวินกลุ่มหนึ่งแสดงให้เห็นว่า อัตราการเต้นหัวใจของเพนกวินนั้นเพิ่มขึ้นถึง 35 ครั้ง/นาที จากการเต้นปกติเมื่อพบเจอมนุษย์ ในขณะที่เมื่อพบเจอกับ ‘เพนกวินสายลับ’ อัตราการเต้นหัวใจนั้นเพิ่มขึ้น 24 ครั้ง/นาที จากการเต้นปกติ และใช้ระยะเวลาน้อยกว่าในการกลับสู่อัตราการเต้นปกติ ซึ่งเมื่อคิดเป็นระยะเวลาโดยรวมแล้วพบว่า อัตราการเต้นหัวใจของเพนกวินเมื่อพบเจอกับมนุษย์พุ่งสูงกว่าตอนพบเจอสายลับถึง 4 เท่าเลยทีเดียว
.
เข้าใจได้มากขึ้น
การเข้าไปแฝงตัวของสัตว์สายลับทำให้เห็นถึงวิถีชีวิตของสัตว์ป่าในรูปแบบที่ใกล้ชิดมากขึ้นกว่าเดิม เช่น การแสดงออกภายในฝูง การแสดงออกทางสีหน้าต่าง ๆ หรือการแสดงพฤติกรรมที่การสำรวจแบบเก่าเข้าไม่ถึง ซึ่งทำให้ทางนักวิจัยได้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ประเเภทต่าง ๆ เชิงลึกมากขึ้น โดยตลอดระยะเวลาของรายการสัตว์สายลับนั้น สามารถเก็บฟุตเทจจากการถ่ายทำได้มากกว่า 8,000 ชั่วโมง ในพื้นที่ 21 ประเทศทั่วโลก
.
ซึ่งจากข้อมูลเชิงลึกนี้เองที่จะเป็นประโยชน์ในการให้นักวิจัยสามารถศึกษาถึงวิถีชีวิต ถิ่นที่อยู่อาศัย ของสัตว์ได้ และทำให้เกิดการวางแผนในการดูแลหรือจัดเก็บข้อมูลต่อไปในอนาคตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสัตว์ที่มีความเสี่ยงใกล้สูญพันธ์นั่นเอง
.
นอกจากนี้ สัตว์สายลับเหล่านี้ยังทำให้ผู้ชมได้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จากการได้เห็นสัตว์ป่าในพฤติกรรมแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทำให้เกิดเป็นเทรนด์สัตว์สายลับที่โด่งดังในโลกออนไลน์และช่วยปลุกกระแสความสนใจสิ่งแวดล้อมของผู้คนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
.
Spy in the Wilds เป็นบทพิสูจน์ถึงความพยายามของมนุษย์ในการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างหุ่นยนต์ เพื่อก้าวเข้าไปใกล้โลกของสัตว์ป่ามากกว่าที่เคยเป็นมา ทุกภาพที่ได้ไม่เพียงสร้างความประทับใจ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการเก็บข้อมูลอันล้ำค่า เพื่อส่งต่อเป็นองค์ความรู้ที่จะช่วยอนุรักษ์ชีวิตสัตว์และธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนต่อไป

.
ที่มา: CTPH, BBC, Outside, The Guardian, Televisual, PBS, CNET, Maho, Y. L., Whittington, J. D., Hanuise, N., Pereira, L., Boureau, M., Brucker, M., Chatelain, N., Courtecuisse, J., Crenner, F., Friess, B., Grosbellet, E., Kernaléguen, L., Olivier, F., Saraux, C., Vetter, N., Viblanc, V. A., Thierry, B., Tremblay, P., Groscolas, R., & Bohec, C. L. (n.d.). Rovers minimize human disturbance in research on wild animals. Nature Methods, 11(12), 1242–1244. https://doi.org/10.1038/nmeth.3173

Leave a Reply

Your email address will not be published.Required fields are marked *