รถขับอัตโนมัติ หรือ Autonomous Car เป็นเทคโนโลยีที่ยกระดับการคมนาคมและอุตสาหกรรมรถยนต์ไปทั่วโลก ซึ่งเกิดจากการนำเทคโนโลยี AI และระบบเซนเซอร์ต่างๆ ในการขับเคลื่อนรถมาใช้งานร่วมกัน และเกิดเป็นนวัตกรรมรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนได้เองโดยไม่ต้องมีคนควบคุม
แต่การเข้ามาของ “รถขับอัตโนมัติ” ในอนาคตอันใกล้นี้ จะนำการเปลี่ยนแปลงอะไรมาสู่สังคมของพวกเราบ้าง #alphaplussandbox สรุปมาให้แล้ว!

ลดอุบัติเหตุ ลดการเสียชีวิต
รถขับเคลื่อนอัตโนมัติใช้เทคโนโลยี LiDAR ที่อาศัยการสะท้อนแสงเลเซอร์ขนาดเล็กเพื่อวัดระยะทางและสร้างแบบจำลอง 3 มิติของสภาพแวดล้อมรถ ทั้งรถคันอื่นหรือสิ่งกีดขวาง เพื่อให้รถสามารถคำนวณเส้นทาง ระยะห่างระหว่างรถกับวัตถุ รวมถึงมองหาการเปลี่ยนเลนที่ปลอดภัย ซึ่งจะสามารถลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนได้เป็นอย่างดี
โดยข้อมูลจาก World Health Organization แสดงให้เห็นว่า ใน 1 ปีมีคนตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์มากถึง 1.3 ล้านคน ซึ่ง 94% ของอุบัติเหตุบนท้องถนนเหล่านั้นมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมและความผิดพลาดของคนขับ ดังนั้นการเข้ามาของรถอัตโนมัติจึงอาจช่วยความเสี่ยงตรงนี้ลงได้นั่นเอง
ลดรถติด ลดโลกร้อน
ด้วย Radar sensors ที่ใช้การสะท้อนของคลื่นวิทยุไปยังสิ่งกีดขวางด้านหน้า รถขับอัตโนมัติจะสามารถประเมินและควบคุมความเร็วของรถให้มีระยะห่างที่พอดีจากรถคันอื่น ๆ บนท้องถนนได้ ซึ่งจะทำให้รถสามารถวิ่งใกล้กันได้มากขึ้น ทำให้สามารถใช้พื้นที่บนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย
โดยมีการคาดการณ์จากมหาวิทยาลัยเท็กซัสว่า การที่รถขับอัตโนมัติสามารถวิ่งใกล้กันโดยที่ไม่มีความเสี่ยงในการเกิดอันตรายนี้จะสามารถลดปัญหารถติดบนพื้นที่อย่างทางด่วนลงได้ถึง 60% เลยทีเดียว นอกจากนี้ ระบบการควบคุมอัตโนมัติยังช่วยลดการใช้เบรกและคันเร่งที่ไม่จำเป็น ซึ่งช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงของรถที่จะนำไปสู่ภาวะโลกร้อนลงได้อีก 10% อีกด้วย
เพิ่มเวลาชีวิต ไม่เสียเวลาแม้เดินทาง
ในอนาคตหากรถขับอัตโนมัติพัฒนาจนถึงขีดสุดแล้ว ผู้โดยสารจะไม่ต้องคอยพะวงกับการขับขี่อีกต่อไป ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้มีเวลาในการทำกิจกรรมอื่น ๆ ไปด้วยในระหว่างการเดินทาง ตั้งแต่ นอน รับประทานอาหาร ทำงาน หรือแม้กระทั่งการใช้เวลากับครอบครัว
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะเมื่อถึงที่หมายปลายทางที่แม้จะมีปัญหาเรื่องที่จอดรถอยู่เสมอ อย่างในพื้นที่สนามบิน หรือห้างสรรพสินค้า ผู้โดยสารก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหาที่จอดด้วยตัวเอง เพราะรถขับอัตโนมัติจะสามารถขับเพื่อหาที่จอดได้ และใช้เทคโนโลยี Ultrasonic sensors ในการจอดรถโดยไม่มีความเสี่ยงในการชนสิ่งกีดขวางหรือรถคันอื่นได้ด้วยตัวเองอีกด้วย
เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเมือง
รถขับอัตโนมัติถูกติดตั้งด้วยเทคโนโลยีที่สามารถแลกเปลี่ยน Data กับเทคโนโลยีอื่นได้แบบ Real-Time โดยในอนาคตอาจแลกเปลี่ยนข้อมูลกับรถหรือสัญญาณไฟจราจร ซึ่งจะช่วยให้การจัดการเรื่องของการจราจรสามารถเป็นไปได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หมดปัญหารถติดเพราะรอสัญญาณไฟ
นอกจากนี้รถอัตโนมัติยังช่วยเพิ่มโอกาสการเดินทางสำหรับผู้พิการและคนชราที่ไม่สามารถขับรถเองได้ และช่วยลดการสร้างถนนและที่จอดรถเพิ่มในตัวเมือง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองให้ดีขึ้นอีกด้วย
การเข้ามาของรถขับอัตโนมัติจะไม่ใช่แค่ทางเลือกใหม่ของการเดินทาง แต่จะกลายเป็นพื้นฐานการเดินทางที่สร้างมาตรฐานความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างแท้จริง
ที่มา: Market.US, Future Platform, Autosinnovate, Waymo, Tesla, Baidu, Zoox, Statista, McKinsey, Alliance for Automotive Innovation, Simply Fleet, Synopsys